เพชรกลม | เพชรแฟนซี เทคนิคการเลือกซื้อแบบมืออาชีพฉบับล่าสุด
Get access to more diamonds. Click here to Register.   

ใครที่จะซื้อเพชรนั้นคงรู้ดีว่า เพชรนั้นมีหลากหลายรูปทรงให้เลือก แต่ละทรงก็มีจุดดี-จุดด้อยแตกต่างกันไป บางรูปทรงก็มีราคาที่แพงกว่าทรงอื่นๆด้วย นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงการนำไปใช้และนำไปการประกอบชิ้นงานอื่นๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีเทคนิคการเลือกซื้อ เพชรกลม/เพชรแฟนซี เพื่อให้ได้เพชรเม็ดที่สวยงามมากที่สุด ในราคาที่เหมาะสม อีกทั้งยังได้เพชรที่มีคุณภาพมาครอบครองอีกด้วย

หลักการและเคล็ดลับการเลือก เพชรกลม / เพชรแฟนซี

เพชรกลม

1. หลักการเลือก เพชรกลม มีดังนี้

ROUND SHAPE DIAMOND

เพชรกลม เป็นเพชรทรงที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล เป็นทรงเพชรยอดนิยม 2 ใน 3 ของจำนวนเพชรที่ซื้อขายกันทั่วโลก สาเหตุก็เพราะว่าเพชรทรงนี้เป็นทรงที่สะท้อนแสงได้ดีที่สุด หักเหแสงได้ดีจากจำนวนหน้าตัดเพชรมากถึง 58 ด้านด้วยกัน และเนื่องจากมีด้านหลายสิบด้าน ทำให้เวลาเจียระไนต้องเสียเนื้อเพชรไปค่อนข้างมาก บวกกับได้รับความนิยมสูง ราคาจึงแพงที่สุด

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะแพงแต่ก็ยังซื้อง่ายขายคล่องกว่าเพชรทรงอื่นเช่นเดียวกัน สำหรับเพชรทรงนี้สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือจำนวนด้านละการสะท้อนแสง ดังนั้นการจะเลือกเพชรทรงกลมให้สวยถูกใจ ต้องดูที่คุณภาพของการเจียระไน (Cut Quality) เป็นหลัก เพราะถ้า Cut ไม่มี เพชรก็จะหม่นหมอง ไม่สะท้อนแสงเท่าที่ควรเท่านั่นเอง ที่สำคัญเพชรควรมีใบ Certificate จาก GIA หรือที่เรียกกันว่า เพชรใบเซอร์

เพชรแฟนซี

2. หลักการและเคล็ดลับการเลือก เพชรแฟนซี รูปทรงต่างๆ มีดังนี้

Princess Shape Diamond

เพชรสี่เหลี่ยมถือเป็นเพชรที่ได้รับความสนใจรองจากเพชรกลม จุดเด่นของเพชรรูปทรง PRINCESS หรือเพชรสี่เหลี่ยมนี้คือ เป็นเพชรที่ทำให้ผู้สวมใส่มีลุคที่ดูเรียบหรู และแฝงไปด้วยความคลาสสิค เนื่องจากมุมทั้งสี่นั้นแหลม หากเป็นเครื่องเพชรสำเร็จรูป ควรเลือกแบบที่ฝังด้วยหนามเตยทั้ง 4 มุม ช่วยป้องกันมุมบิ่นแตกและซ่อนตำหนิได้




Pear Shape Diamond

เป็นทรงที่สวยคลาสสิคเหมาะสำหรับทำแหวนแต่งงาน ต่างหู และ นาฬิกา แต่ส่วนใหญ่จะเลือกไปทำต่างหูมากกว่า ทรงนี้เลือกเองได้ยาก เพราะมีรูปทรงที่ต่างกันบางทรงสูง บางทรงอ้วน




Emerald Shape Diamond

มีความโปร่งใสมากกว่ารูปแบบอื่น ด้วยหน้าตัดที่กว้างของเรือนเพชร มีความหมายสื่อถึงความ เรียบหรูและสุขุม ความอ่อนน้อม นำไปประกอบกับแหวนได้อย่างลงตัว เป็นเพชรหน้ากว้าง เห็นตำหนิง่าย ต้องเลือกเพชรที่มีค่า Clarity ตั้งแต่ VS2 ขึ้นไป เพื่อลดความชัดเจนของตำหนิ




Ascher Shape Diamond

มีรูปทรงคล้ายแปดเหลี่ยม ที่มีเหลี่ยมซ้อนทับเป็นชั้น การเจียระไนของรูปทรงนี้จะเป็นแบบกลมเหลี่ยมขั้นบันใด เพชรทรงนี้จะมีขั้นบันไดที่ลึก การเล่นไฟจึงมาจากภายในและไม่สามารถซ่อนตำหนิได้ จึงควรเลือกซื้อเพชรที่มีค่า Color มากกว่า H และมีค่า Clarity มากกว่า VS ขึ้นไป




Cushion Shape Diamond

เพชรสี่เหลี่ยมขอบมน ให้ความรู้สึกหรูหรา คลาสสิก ต้องเลือกเพชรที่มีความกว้างและลึกไม่เกิน 70% เพราะเพชรจะดูสมส่วนและเล่นกับแสงได้ได้อย่างสวยงาม




Cushion Shape Diamond Modified Brilliant

เพชรคุชชั่น เจียระไนแบบพิเศษ จุดเด่นของ เพชรชนิดนี้มีลักษณะแตกต่างจาก Cushion Shape ธรรมดาตรงที่มีขั้นตอนการเจียระไนเหลี่ยมที่มากขึ้น อีกทั้งหากเปรียบเทียบแสงสะท้อนของเพชรชนิดนี้กับ Cushion ย่อมมีมากกว่า สำหรับผู้ที่หลงใหลในเรื่องของประกายแสงสะท้อน แนะนำให้เลือกเพชรชนิดนี้มากกว่า Cushion Shape ธรรมดา




Marquise Shape Diamond

มีรูปคล้ายดวงตา หรือเมล็ดข้าว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เป็นหนึ่งในทรงเพชรที่โดดเด่นมาก ทรงดูใหญ่เมื่อเทียบกับทรงอื่นๆที่น้ำหนักเท่ากัน แต่ถ้าเลือกทรงนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องตัวเรือน เพราะทรงนี้จะหาแบบแหวนที่เข้ากับรูปทรงของเพชรได้ยาก




Heart Shape Diamond

มีรูปเป็นทรงหัวใจ สื่อถึงความรักได้อย่างชัดเจน เพชรทรงนี้จะมีประกายไฟที่ระยิบระยับ และเล่นไฟดี การจะเลือกเพชรทรงหัวใจต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน เนื่องจากรูปทรงของเพชรน้ำหนักเท่ากัน แต่สามารถมีรูปทรงได้หลากหลาย เช่น ทรงผอมยาว หรือแบบแนวกว้าง




Radiant Shape Diamond

มีรูปทรงคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัดมุม มีประกายไฟที่ดี และได้หน้าเพชรค่อนข้างใหญ่ ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากจำนวนเพชรที่มีในตลาดน้อย และหาของสวยได้ยาก เนื่องจากมีรูปทรงที่ไม่แน่นอน อ้วนจนออกจัตุรัสบ้าง หรือผอมสูงเกินไป




Oval Shape Diamond

เป็นรูปทรงรี หรือรูปทรงไข่ ขนาดเพชรจะดูใหญ่เมื่อเทียบกับทรงอื่นๆที่น้ำหนักเท่ากัน การเลือกเพชรรูปทรงไข่ถึงแม้จะมีการ เจียระไนแบบเดียวกับเพชรกลม ทำให้ได้ประกายไฟที่สวมงาม แต่ด้วยรูปทรงที่ยาวอาจจะทำให้การเล่นไฟได้ไม่ทั่วทั้งเม็ด




และนี่ก็เป็นเทคนิคการเลือกซื้อ เพชรกลมและเพชรแฟนซี ที่ทาง โรงงานเพชร Glorious Diamond นำมาฝากกัน ก็หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนมีหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่จะช่วยให้เลือกทรงเพชรที่สวยถูกใจมาครอบครองได้ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดในการซื้อเพชร คือการเลือกเพชรให้เข้ากับสไตล์ของผู้สวมใส่ และหลักการเลือกเพชรโดยหลัก 4C’s เพื่อให้ได้เพชรแท้ ราคาถูก ที่มีคุณภาพ เพราะนอกจากเพชรจะสวยงามในตัวของมันเองแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผู้สวมใส่ด้วย

©2018 All rights reserved.