เคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรแบบมืออาชีพโดยหลัก 4C’s
Get access to more diamonds. Click here to Register.   

4C’s ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อความสวยงามและมูลค่าของเพชร เพื่อให้คุณเลือกซื้อเพชรได้อย่างถูกต้อง ประกอบไปด้วย

4C’s ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อความสวยงามและมูลค่าของเพชร เพื่อให้คุณเลือกซื้อเพชรได้อย่างถูกต้อง ประกอบไปด้วย


  • Carat (กะรัตหรือขนาด)
  • Cut (การเจียระไน)
  • Color (สี)
  • Clarity (ความสะอาด)

 

  1. Carat กะรัต หรือ น้ำหนักของเพชร

กะรัต คือหน่วย วัดขนาด น้ำหนักของเพชร

เพชร 1 กะรัต จะมีน้ำหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือ 0.2 กรัม

แต่โดยส่วนใหญ่จะเรียกน้ำหนักเพชร 1 กะรัต เท่ากับ 100 point หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ตังค์

ยกตัวอย่างเช่น เพชรขนาด 0.50 กะรัต หรือ 50 point หรือ 50 ตังค์

เพชรขนาดยิ่งใหญ่ จะยิ่งหายาก และยิ่งมีราคาสูง โดยปกติแล้ว เพชรขนาดใหญ่ขึ้น สองเท่า ราคาต่อกะรัต ก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า เช่น เพชรขนาด 1 กะรัต 1 เม็ด จะมีราคาสูงกว่าเพชรครึ่งกะรัตคุณภาพเดียวกันสองเม็ด น้ำหนักของเพชรถือว่าเป็นปัจจัยที่สามารถเห็นและแยกแยะความแตกต่างได้ชัดเจนที่สุดด้วยตาเปล่า เราสามารถเห็นความแตกต่างระหว่างเพชรขนาด 40 ตังค์ กับ 30 ตังค์ได้อย่างชัดเจน และแยกแยะได้อย่างง่ายดาย

  

วิธีคำนวณกะรัตเพชร

โดยการคำนวณนั้นจะนำเพชรมาชั่งน้ำหนัก (ต้องเป็นเครื่องชั่งแบบ sensitive)  โดยชั่งเป็นหน่วยกรัม เมื่อได้น้ำหนักแล้วให้หารตัวเลขที่ชั่งได้ด้วย 0.2 ก็จะได้เป็นจำนวนกะรัตออกมา

ตัวอย่างเช่น ถ้าชั่งน้ำหนักออกมาแล้วเพชรหนัก 0.1 กรัมหรือเท่ากับ 100 มิลลิกรัม เมื่อนำเอาเลขมาหารด้วย 0.2 ก็จะได้ค่าเท่ากับ 0.5 ซึ่งค่านี้หมายความว่าเพชรเม็ดนี้หนักครึ่งกะรัตนั่นเอง

 

  1. Cut หรือ การเจียระไนของเพชร

การเจียระไนเหลี่ยมเพชร จะส่งผลโดยตรงต่อความสะท้อนแสง, ประกาย, ไฟ และความระยิบระยับ (Light Return, Brilliancy, Fire, Scintillation) การเจียระไนที่ดี สัดส่วนของเพชรต้องสมมาตรกัน (Symmetry) เหลี่ยมเพชร (Facets) ขนาดต้องเท่าๆกัน ขอบเพชร (Girdle) ต้องไม่หนาและไม่บางจนเกินไป ต้องมีการการขัดเงาที่ผิวที่ดี (Polish)  เพราะ จะช่วยส่งเสริมให้เพชรมีประกายแวววาว ระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสง ทำให้เพชรสวยงามมากยิ่งขึ้น  การเจียระไนแบ่งคุณภาพออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ Excellent(ดีที่สุด) Vary Good(ดีมาก) Good(ดี) Fair(พอใช้) และ Poor(แย่ ) หากคุณต้องการประกายเพชรที่ดีควรเลือกเพชรที่มีการเจียระไนเป็น Excellent หรือ Very good จะดีที่สุด

 

  1. Color หรือ สีของเพชร

ระดับสีของเพชร หรือที่คนไทย เรียกว่า น้ำ ซึ่งเพชรยิ่งขาวยิ่งสวยยิ่งราคาสูง ในการเลือกซื้อเพชร สีหรือน้ำของเพชรเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสีทีต่างกันอาจจะส่งผลไปถึงราคาการซื้อขายที่ไม่เหมือนกัน

ในธรรมชาติ สีของเพชรมีได้หลายสี แต่เพชรสีขาวนั้นได้รับความนิยมมากที่สุด ความขาวของเพชร เริ่มจากขาวที่สุดไล่จนถึงเหลืองที่สุด เริ่มจากสี D Color(เพชรน้ำ 100), E Color(เพชรน้ำ 99), F Color(เพชรน้ำ 98),  G Color(เพชรน้ำ 97), H Color(เพชรน้ำ 96), I Color(เพชรน้ำ 95), J Color(เพชรน้ำ 94), K Color(เพชรน้ำ 93), L Color(เพชรน้ำ 92), M Color(เพชรน้ำ 91), N Color(เพชรน้ำ 90) ไล่ลงไปจนถึงเหลืองที่สุดคือ Z ซึ่งตรงนี้เองที่หลายท่านมักจะเข้าใจผิดว่าเพชรที่ดี ต้องเป็นเพชรน้ำ 100 เท่านั้น แต่จริงๆสีของเพชร 5 สีที่ขายดีสำหรับคนไทย คือ D ถึง I หรือเพชรน้ำ 100-95

 

การแบ่งเกรดของสีแบ่งได้เป็น 5 เกรดดังนี้

  1. Colorless หรือ เกรดไร้สี จะเป็นสี D-F น้ำ 100-98 เพชร D Color น้ำ 100 เป็นน้ำที่ดีที่สุด ดูขาวใสไร้สี หากเลือกเพชรขาวไร้สีที่คุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องเลือก D Color น้ำ 100 เสมอไป เพราะเพชร E Color น้ำ 99 และ F Color น้ำ 98 ก็ดูคล้ายกันจนแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า
  2. Near Colorless หรือ เกรดเกือบไร้สี จะเป็นสี G-H น้ำ 97-96 หากมองผ่านๆด้วยตาเปล่า จะเหมือนกับเพชรที่ดูคล้ายคลึงกับเพชรไร้สี ถึงแม้ว่าจะมีอมเหลืองอยู่เล็กน้อย

หากมองในแง่ความคุ้มค่า เพชรเกรดเกือบไร้สี จะเป็นเกรดที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเพชรดูไร้สี เมื่อมองจากด้านหน้าเพชร แทบไม่ต่างจากเพชรเกรดไร้สี ต้องมองจากด้านข้าง หรือด้านก้นเพชร ถึงจะเห็นติดสีนวลๆเล็กน้อย

  1. Faint Tint หรือสีอมเหลืองจางๆ จะเป็นสี I-J น้ำ 95-94 เมื่อสังเกตด้วยตาเปล่า เป็นเพชรที่จะดูออกเหลืองทันที หลายท่านนิยมนำเพชรเหล่านี้ไปประดับบนตัวเรือนทองคำสีเหลือง เพราะสีของเพชรจะกลืนกับสีทองคำเข้ากันได้ดี
  2. Faint Yellow หรือสีอมเหลืองเล็กน้อย จะเป็นสี K-M น้ำ 93-91 เป็นเพชรสีที่อมเหลือง จึงมีราคาต่ำ แต่สี K น้ำ 93 หากเลือกเป็นเพชรเหลี่ยมสวย 2-3 Excellent เพชรจะเล่นไฟดี ทำให้ดูขาวไม่น่าเกลียด
  3. Very Light Yellow หรือสีอมเหลือง จะเป็นสี N-Z น้ำ 90 และต่ำกว่า เป็นเพชรที่มีโทนสีเหลืองอย่างเห็นได้ชัด จึงมีราคาต่ำที่สุด แต่ก็มีผู้ที่ชื่นชอบเพชรสี โดยเลือกเพชรเหลี่ยมที่สวยเล่นไฟได้ดี เพชรสีก็ดูมีเสน่ห์ไม่แพ้เพชรขาว

 

  1. Clarity หรือ ความสะอาด ของเพชร

 

ความสะอาดของเพชร หรือ Clarity ใช้วัดในเรื่องความสะอาดของเพชร ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญมากอันดับต้นๆ ในการใช้พิจารณาประเมินคุณค่าและราคาของเพชร โดยปกติเพชรธรรมชาติจะมีตำหนิอยู่แล้ว ส่วนจะมากน้อย ขึ้นอยู่กับเพชรแต่ละเม็ด ดังนั้นเพชรที่มีความสะอาดไร้ตำหนิ จึงเป็นเพชรที่หายากและมีราคาสูงมากกว่าเพชรที่มีตำหนิ ยิ่งเพชรมีตำหนิน้อยเท่าไร ก็จะทำให้มี Clarity หรือความสะอาดที่ดีกว่า

 

ซึ่งสามารถแบ่งเกรดความสะอาดเพชรได้ดังนี้

 

  1. Flawless หรือ FL และ Internal Flawless หรือ IF

เป็นเพชรคุณภาพสูง ไร้ตำหนิ มองไม่เห็นด้วยกล้องขยาย 10 เท่า แต่หากใช้กำลังขยายสูงขึ้น เพชรธรรมชาติทุกเม็ดย่อมมีตำหนิแน่นอน เนื่องจากเพชรแท้ หรือเพชรธรรมชาติ จะต้องมีสิ่งเจือปนเป็นธรรมดา

 

ความแตกต่างระหว่าง Flawless และ Internal Flawless คือ Flawless จะไม่มีตำหนิทั้งภายในและภายนอก ในขณะที่ Internal Flawless นั้น ไม่มีตำหนิภายในแต่อาจมีตำหนิภายนอก

 

  1. Very Very Slightly Inclusion 1-2 หรือ VVS1 VVS2

เป็นเพชรที่มีตำหนิเล็กมากๆ สามารถมองเห็นตำหนิได้ยากมาก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เมื่อส่องผ่านกล้องขยาย 10 เท่า ใช้เวลานานมากถึงจะมองเห็นตำหนิ และไม่ส่งผลใดๆ ต่อความสวยงามและคงทนของเพชร

 

  1. Very Slightly Inclusion 1-2 หรือ VS1 VS2

เป็นเพชรที่มีตำหนิเล็ก สามารถมองเห็นตำหนิได้ยาก ผ่านกล้องขยาย 10 เท่า ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่จะมองเห็นตำหนิได้ง่ายกว่า VVS เพชรระดับ VS ถือว่าได้รับความนิยม ถือเป็นความสะอาดที่คุ้มค่าที่สุดด้านราคาและคุณภาพ เพราะด้วยตำหนิที่มองเห็นได้ยาก และไม่มีผลต่อความคงทนและการส่องประกายของเพชร

 

  1. Slightly Inclusion 1-2 หรือ SI1 SI2

เป็นเพชรที่มีตำหนิขนาดปานกลาง สามารถมองเห็นได้ชัด ผ่านกล้องขยาย 10 เท่า ส่งผลต่อความคงทน การส่องประกาย และความโปร่งใสของเพชร แต่ถ้าเลือกดีๆ และเลือกเป็น ก็อาจได้เพชรคุณภาพดี ราคาถูกได้

 

  1. Inclusion 1-3 หรือ I1 I2 I3

เป็นเพชรที่มีตำหนิขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ตำหนิที่มีขนาดใหญ่ส่งผลต่อความคงทน การส่องประกาย และความโปร่งใสของเพชร แนะนำให้หลีกเลี่ยง แม้ราคาเพชรอาจไม่แพง แต่ไม่คุ้มค่าที่ซื้อไว้


Date Posted: 28 October 2020

©2018 All rights reserved.